close
ข้ามไปเนื้อหา

เฮลซิงกิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เฮลซิงกิ
Helsingin kaupunki
Helsingfors stad
City of Helsinki
Mannerheimintie
Suomenlinna
Sanoma
Parliament House
Helsinki Cathedral
Temppeliaukio Church
High-rises at Kalasatama
ธงของเฮลซิงกิ
ตราราชการของเฮลซิงกิ
BERJAYA
สมญา: 
Stadi, Hesa[1]
ตำแหน่งที่ตั้ง (สีแดง) ภายในภูมิภาคอูซิมาและอนุภูมิภาคเฮลซิงกิ (สีเหลือง)
ตำแหน่งที่ตั้ง (สีแดง) ภายในภูมิภาคอูซิมาและอนุภูมิภาคเฮลซิงกิ (สีเหลือง)
เฮลซิงกิตั้งอยู่ในฟินแลนด์
เฮลซิงกิ
เฮลซิงกิ
ที่ตั้งภายในประเทศฟินแลนด์
เฮลซิงกิตั้งอยู่ในยุโรป
เฮลซิงกิ
เฮลซิงกิ
ตั้งอยู่ในทวีปยุโรป
พิกัด: 60°10′15″N 24°56′15″E / 60.17083°N 24.93750°E / 60.17083; 24.93750
ประเทศBERJAYA ฟินแลนด์
ภูมิภาคBERJAYA อูซิมา
อนุภูมิภาคเฮลซิงกิ
เขตมหานครเฮลซิงกิ
กฎบัตร12 มิถุนายน 1550
เมืองหลวง8 เมษายน 1812
การปกครอง
  นายกเทศมนตรีDaniel Sazonov (Kok)
  หน่วยงานปกครองสภาเมืองเฮลซิงกิ
พื้นที่
 (2018-01-01)[2]
715.48 ตร.กม. (276.25 ตร.ไมล์)
  พื้นดิน214.42 ตร.กม. (82.79 ตร.ไมล์)
  พื้นน้ำ501.74 ตร.กม. (193.72 ตร.ไมล์)
  เขตเมือง
680.12 ตร.กม. (262.60 ตร.ไมล์)
  รวมปริมณฑล
3,698.99 ตร.กม. (1,428.19 ตร.ไมล์)
ความสูง26 เมตร (85 ฟุต)
ประชากร
 (2025-06-30)[4]
689,758 คน
  อันดับมากสุดในฟินแลนด์
  ความหนาแน่น3,216.85 คน/ตร.กม. (8,331.6 คน/ตร.ไมล์)
  เขตเมือง
1,360,075 คน
  ความหนาแน่นเขตเมือง2,000 คน/ตร.กม. (5,200 คน/ตร.ไมล์)
  ปริมณฑล
1,616,656 (metro) คน
  ความหนาแน่นรวมปริมณฑล437.1 คน/ตร.กม. (1,132 คน/ตร.ไมล์)
เดมะนิมhelsinkiläinen (Finnish)
helsingforsare (Swedish)
Helsinkian (English)
ประชากรตามช่วงอายุ
  0 ถึง 1414.3%
  15 ถึง 6468.3%
  65 หรือมากกว่า17.4%
เขตเวลาUTC+02:00 (EET)
  ฤดูร้อน
(เวลาออมแสง)
UTC+03:00 (EEST)
รหัสพื้นที่+358-9
ภูมิอากาศDfb
เว็บไซต์www.hel.fi/en

เฮลซิงกิ (ฟินแลนด์: Helsinki, ออกเสียง: [ˈhelsiŋki] ; สวีเดน: Helsingfors, เสียงอ่านภาษาสวีเดน: [hɛlsɪŋˈfɔrs] ) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศฟินแลนด์ ตั้งอยู่ทางใต้ของประเทศ ริมชายฝั่งอ่าวฟินแลนด์ ตัวเมืองมีประชากรประมาณ 687,000 คน เฮลซิงกิอยู่ติดกับเมืองวันตาและเอสโปซึ่งรวมตั้งเป็นเขตเมืองหลวงหรือมหานครเฮลซิงกิ มีประชากรเกือบหนึ่งล้านคน และถ้านับเขตที่อยู่อาศัยในปริมณฑลด้วยจะมีประชากรมากกว่า 1.2 ล้านคน

เฮลซิงฟอร์สเป็นชื่อเมืองดั้งเดิม และยังคงเป็นชื่อเมืองในภาษาสวีเดนในปัจจุบัน ในอดีตเป็นชื่อที่ใช้ในระดับนานาชาติด้วย

ประวัติ

[แก้]

ในปีพ.ศ. 2093 พระเจ้ากุสตาฟที่ 1 แห่งสวีเดน ทรงก่อตั้งเมืองเฮลซิงกิขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการค้า แข่งกับเมืองทาลลินน์ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวฟินแลนด์ จากคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญทางการทหาร เฮลซิงกิจึงตั้งอยู่ที่ปากแม่น้ำวันตา ได้รับการปกป้องจากบรรดาเกาะเล็กๆทั้งหลาย[6] ในช่วงแรกเฮลซิงกิไม่ประสบความสำเร็จมากนัก 90 ปีต่อมา สมเด็จพระราชินีคริสตินา ทรงดำริให้ย้ายเมืองไปทางใต้ 5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นที่ตั้งปัจจุบันของเมือง เฮลซิงกิได้รับสถานะเป็นเมืองสำคัญ สามารถทำการค้าขายกับต่างประเทศได้ แต่ในเวลานี้สวีเดนได้ครอบครองทางใต้ของอ่าวฟินแลนด์แล้ว เฮลซิงกิจึงไม่มีความสำคัญมากนัก และยังคงเป็นเมืองเล็กๆอยู่[7]

ในปีพ.ศ. 2291 เริ่มมีการสร้างฐานทัพ Suomenlinna บนหมู่เกาะบริเวณปากอ่าวของเฮลซิงกิ การก่อสร้างนี้ส่งผลต่อเฮลซิงกิจากการที่คนงานนับพันคนเข้ามาทำให้การค้าเจริญเติบโตขึ้น รวมถึงทหารประจำการที่มาพร้อมกับครอบครัวและวัฒนธรรมแบบชาวสวีเดนชั้นสูง[8]

พ.ศ. 2351-52 เกิดสงครามระหว่างรัสเซียและสวีเดน ดินแดนฟินแลนด์ตกเป็นส่วนหนึ่งของสวีเดนในฐานะราชรัฐปกครองตนเองฟินแลนด์ ชาวฟินแลนด์บางส่วนเริ่มสนับสนุนความคิดการตั้งเฮลซิงกิเป็นเมืองหลวงของราชรัฐ ความคิดนี้ได้รับการสนับสนุนจากฝั่งรัสเซียเช่นกัน เนื่องจากเฮลซิงกิอยู่ใกล้กับเซนต์ปีเตอส์เบิร์กมากกว่า และมีอิทธิพลของสวีเดนน้อยกว่าตุรกุซึ่งเป็นเมืองหลวงเดิม ซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 1 จึงตั้งเฮลซิงกิเป็นเมืองหลวงของฟินแลนด์แทนที่ตุรกุในปีพ.ศ. 2355[9] จากการที่เฮลซิงกิถูกทำลายด้วยไฟในปี 2351 ทำให้ซาร์วางแผนที่จะสร้างเมืองขึ้นใหม่ ได้มีการแต่งตั้งวิศวกรชาวฟินแลนด์ให้ออกแบบเมืองใหม่ และเชิญสถาปนิกชาวเยอรมันมาร่วมงาน มีการสร้างอาคารใหม่จำนวนมาก รวมถึงการย้ายมหาวิทยาลัยมาจากตุรกุด้วย สถาปัตยกรรมที่สร้างใหม่นี้มีรูปแบบนีโอคลาสสิกตามแบบเมืองเซนต์ปีเตอส์เบิร์ก เฮลซิงกิได้กลายมาเป็นศูนย์กลางทางการปกครองและวัฒนธรรม

ในช่วงสงครามกลางเมืองฟินแลนด์ พ.ศ. 2461 เฮลซิงกิถูกยึดโดยฝ่ายแดงในเดือนมกราคม วุฒิสภาย้ายไปประจำการที่เมืองวาซา กองทัพฝ่ายขาว ร่วมกับทหารเยอรมันสามารถยึดเฮลซิงกิกลับมาได้ในเดือนเมษายน เฮลซิงกิได้รับความเสียหายไม่มากนัก ในช่วงสงครามฤดูหนาวและสงครามต่อเนื่อง (ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง) เฮลซิงกิถูกโจมตีทางอากาศจากสหภาพโซเวียต อย่างไรก็ตาม เฮลซิงกิได้รับความเสียหายไม่มากนักเมื่อเปรียบเทียบกับเมืองสำคัญอื่นๆในยุโรป เฮลซิงกิยังเป็นหนึ่งในสามเมืองหลวงของประเทศในทวีปยุโรปที่เข้าร่วมสงครามที่ไม่ถูกยึดครองโดยฝ่ายศัตรู (อีกสองเมืองคือลอนดอนและมอสโก)

สถาปัตยกรรม

[แก้]
BERJAYA
อาสนวิหารของเฮลซิงกิ เป็นที่หมายตาของกรุงเฮลซิงกิ

หลังจากเฮลซิงกิถูกตั้งเป็นเมืองหลวง เฮลซิงกิก็ถูกแปรสภาพจากเมืองเล็กๆที่มีประชากรเพียง 4,000 คนเป็นศูนย์กลางการปกครองของฟินแลนด์ สถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ได้รับอิทธิพลจากจักรวรรดิรัสเซีย โดยเฉพาะรูปแบบนีโอคลาสสิกตามแบบเมืองเซนต์ปีเตอส์เบิร์ก คาร์ล ลุดวิก เองเกล ชาวเยอรมัน ทำหน้าที่เป็นสถาปนิกใหญ่ในโครงการสร้างเมืองใหม่นี้ ศูนย์กลางของแผนอยู่ที่จัตุรัสวุฒิสภา (Senaatintori; Senatstorgot) ซึ่งมีขนาดใหญ่รองรับคนได้หลายหมื่นคน สิ่งก่อสร้างสำคัญบริเวณจัตุรัสนี้คืออาสนวิหาร (ในอดีตเรียกโบสถ์นิโคลัส) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจัตุรัส ทางทิศตะวันออกและตะวันตกเป็นทำเนียบรัฐบาลและอาคารหลักของมหาวิทยาลัยตามลำดับ อาคารสองหลังนี้มีขนาดใกล้เคียงกัน ทำเนียบรัฐบาลมีเสาหินแบบคอรินเธียน ในขณะที่อาคารมหาวิทยาลัยเป็นแบบไอออนิก[10] สิ่งก่อสร้างทั้งสามนี้เป็นผลงานของเองเกล เช่นเดียวกับสิ่งก่อสร้างอีกหลายแห่ง อาคารที่มีชื่อเสียงของเองเกลอีกแห่งหนึ่งคือห้องสมุดมหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับการยกย่องในเรื่องความงดงาม อิทธิพลของรัสเซียอีกอย่างหนึ่งคือโบสถ์ออร์โธดอกซ์ ซึ่งแห่งที่สำคัญของเฮลซิงกิคือมหาวิหารอุสเปนสกี ก่อสร้างในช่วงปีพ.ศ. 2405-2411[11]

เฮลซิงกิยังมีชื่อเสียงในด้านสถาปัตยกรรมแบบอาร์ตนูโว (Jugenstil) โดยมีสถาปนิกคนสำคัญคือเอเลียล ซาริเนน ในช่วงแรกซาริเนนร่วมงานกับสถาปนิกอีกสองคนในบริษัท Gesellius, Lindgren & Saarinen ผลงานที่สำคัญในเฮลซิงกิคือพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ออกแบบในปีพ.ศ. 2445 ผลงานสำคัญของซาริเนนอีกอย่างหนึ่งคือสถานีรถไฟกลางเฮลซิงกิ

อาคารรัฐสภา (Eduskuntatalo) เป็นผลงานนีโอคลาสสิกชิ้นสำคัญของฟินแลนด์ยุคหลังประกาศเอกราช ออกแบบโดยโยฮัน ซิกฟริด ซิเรน ในปีพ.ศ. 2467 และสร้างเสร็จในปีพ.ศ. 2474 ภายหน้าอาคารเป็นเสาหินแบบคอรินเธียน 14 ต้น[12]

สถาปัตยกรรมแบบประโยชน์นิยม (อังกฤษ: functionalism) ได้รับความนิยมในฟินแลนด์ยุคใหม่ อัลวาร์ อาลโต เป็นสถาปนิกชาวฟินแลนด์ที่มีชื่อเสียงในด้านนี้ โดยมีสิ่งก่อสร้างในเฮลซิงกิคือหอฟินแลนเดีย

ศิลปะและวัฒนธรรม

[แก้]

ที่เซนาทสแคว์เมื่อเดือนกันยายน/ตุลาคม 2010 งานนิทรรศการศิลปะกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในฟินแลนด์: มีผู้เข้าชมงานนิทรรศการสากล United Buddy Bears ประมาณ 1.4 ล้านคน

อ้างอิง

[แก้]
  1. Ainiala, Terhi (2009). Place Names in the Construction of Social Identities: The Uses of Names of Helsinki. Research Institute for the Languages of Finland. ISBN 978-1-55014-521-2. สืบค้นเมื่อ 22 September 2011.
  2. "Area of Finnish Municipalities 1.1.2018" (PDF). National Land Survey of Finland. สืบค้นเมื่อ 30 January 2018.
  3. "Helsinki elevation". elevation.city.fi. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2 November 2023. สืบค้นเมื่อ 2 November 2023.
  4. "Population increased most in Uusimaa in January to June 2025". Population structure. Statistics Finland. 2025-07-24. ISSN 1797-5395. สืบค้นเมื่อ 2025-07-24.
  5. "Population according to age (1-year) and sex by area and the regional division of each statistical reference year, 2003–2020". StatFin. Statistics Finland. สืบค้นเมื่อ 2 May 2021.
  6. Bell & Hietala p.19
  7. Bell & Hietala p.20
  8. Bell & Hietala p.21
  9. Bell & Hietala p.22
  10. Roininen p.18
  11. Roininen p.44-47
  12. Finland & Morris p.66

บรรณานุกรม

[แก้]
  • Bell, M., & Hietala, M. (2002). Helsinki: the innovative city ; historical perspectives. Helsinki: Suomalaisen Kirjallisuuden Seura [u.a.]. ISBN 951-746-359-6 (ในภาษาอังกฤษ)
  • Roininen, V., Ekbom, M., & Miller, E. (2003). Vanha, kaunis Helsinki = Det gamla, vackra Helsingfors = Beautiful old Helsinki. Jyväskylä: Atena. ISBN 951-796-309-2 (ในภาษาฟินแลนด์ สวีเดน และอังกฤษ)
  • Finland, & Morris, D. (2000). The Finnish parliament. Helsinki: Finnish Parliament : Edita. ISBN 951-37-3228-2(ในภาษาอังกฤษ)

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]