close
ข้ามไปเนื้อหา

วิกิพีเดีย:แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

หน้าถูกถูกกึ่งป้องกัน
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

บทความวิกิพีเดียควรยึดถือ แหล่งข้อมูลตีพิมพ์ที่น่าเชื่อถือ เป็นหลัก เพื่อให้มั่นใจได้ว่ามีการกล่าวถึง มุมมองส่วนใหญ่และส่วนน้อยที่มีนัยสำคัญ ตามที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลเหล่านั้นอย่างครบถ้วน

คำว่า "แหล่งข้อมูล" ในบริบทของวิกิพีเดียมีความหมายครอบคลุม 3 ส่วนที่เกี่ยวข้องกัน:

  • ตัวชิ้นงาน (เช่น บทความ หนังสือ หรือวารสาร)
  • ผู้สร้างสรรค์ผลงาน (เช่น ผู้เขียน นักวิจัย หรือนักหนังสือพิมพ์)
  • ผู้จัดพิมพ์ผลงาน (เช่น สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานราชการ)

ปัจจัยทั้งสามประการนี้ล้วนส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ โดยแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถืออาจเป็นสิ่งพิมพ์ที่มีกระบวนการคัดกรองเนื้อหาที่เข้มงวด หรือเป็นผลงานของผู้เขียนที่ได้รับการยอมรับในสาขานั้น หรือมีคุณสมบัติทั้งสองประการ ผู้เขียนควรแสดงคุณสมบัติเหล่านี้ให้ชัดเจนเพื่อให้ผู้อื่นสามารถตรวจสอบได้

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูลขึ้นอยู่กับบริบทและต้องอาศัยการวินิจฉัยอย่างระมัดระวัง เพื่อตัดสินว่าแหล่งข้อมูลนั้นมีความเหมาะสมและเป็นแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุดสำหรับเนื้อหาที่นำมาอ้างหรือไม่ โดยทั่วไป ยิ่งแหล่งข้อมูลผ่านกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง วิเคราะห์แง่มุมกฎหมาย หรือผ่านการคัดกรองงานเขียนมามากเท่าใด สิ่งพิมพ์นั้นก็ยิ่งมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นเท่านั้น แหล่งข้อมูลควรสนับสนุนเนื้อหาในบทความโดยตรงและเหมาะสมกับระดับของข้อกล่าวอ้าง หากหัวข้อใดไม่มีแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือกล่าวถึง วิกิพีเดียก็ไม่ควรมีบทความในหัวข้อนั้น

แนวปฏิบัติในหน้านี้อธิบายถึงความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูลประเภทต่าง ๆ โดยมีนโยบายหลักที่เกี่ยวข้องคือ วิกิพีเดีย:การพิสูจน์ยืนยันได้ ซึ่งกำหนดให้มีการอ้างอิงแบบในบรรทัดสำหรับเนื้อหาที่อาจถูกคัดค้าน และสำหรับข้อความที่คัดลอกมา (quotation) ทั้งหมด นโยบายนี้บังคับใช้อย่างเคร่งครัดกับเนื้อหาในเนมสเปซหลัก ทั้งบทความ รายชื่อ และส่วนประกอบต่าง ๆ โดยไม่มีข้อยกเว้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน้าชีวประวัติของบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่

ภาพรวม

BERJAYA
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูลมีลักษณะเป็นสเปกตรัม
  • ไม่มีแหล่งข้อมูลใดที่ "น่าเชื่อถือเสมอไป" หรือ "ไม่น่าเชื่อถือเสมอไป" สำหรับทุกบริบท
  • แหล่งข้อมูลแต่ละแหล่งอาจรองรับข้อความได้แม่นยำต่างกันไป
  • ผู้เขียนต้องใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจเลือกใช้แหล่งข้อมูลให้เหมาะสมกับเนื้อหาที่จะนำมาอ้าง

บทความควรยึดตามแหล่งข้อมูลตีพิมพ์จากบุคคลภายนอก (third-party) ที่น่าเชื่อถือ และมีชื่อเสียงในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและความแม่นยำ ซึ่งหมายความว่าเราจะเผยแพร่เฉพาะความคิดเห็นของผู้เขียนที่น่าเชื่อถือ มิใช่การตีความเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิโดยชาววิกิพีเดียเอง การอ้างอิงที่เหมาะสมต้องพิจารณาตามบริบทเสมอ โดยต้องอาศัยสามัญสำนึกและการวินิจฉัยโดยกองบรรณาธิการ (editorial judgment) เป็นส่วนสำคัญ

คำว่า "ตีพิมพ์" มักใช้กับเนื้อหาประเภทข้อความทั้งในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์และออนไลน์ อย่างไรก็ตาม สื่อเสียง วิดีโอ และมัลติมีเดียที่ถูกบันทึกและเผยแพร่โดยหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ (reputable party) อาจถือเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้เช่นกัน แหล่งข้อมูลสื่อเหล่านี้ต้องผลิตโดยบุคคลภายนอกที่น่าเชื่อถือ มีการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องมีสำเนาที่ถูกเก็บรักษาไว้เพื่อให้เข้าถึงได้ (ซึ่งจะสะดวกกว่าหากเข้าถึงได้ผ่านอินเทอร์เน็ต แต่ไม่ถือเป็นเงื่อนไขบังคับ)

แหล่งข้อมูลบางชนิด

บทความวิกิพีเดียจำนวนมากอาศัยเนื้อหาทางวิชาการ โดยทั่วไปสิ่งพิมพ์วิชาการที่ผ่านการคัดกรองโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (peer review) เอกสารเฉพาะทาง และตำราเรียน ถือเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่สุด อย่างไรก็ตาม เนื้อหาทางวิชาการบางอย่างอาจล้าสมัย มีทฤษฎีอื่นมาทดแทน หรือยังเป็นข้อพิพาทในสาขานั้น ๆ ดังนั้นควรพยายามอ้างอิงความเห็นส่วนใหญ่ที่เป็นปัจจุบัน แต่หากหาไม่ได้ แหล่งข้อมูลที่ไม่ใช่วิชาการแต่มีความน่าเชื่อถือสูง (เช่น สิ่งพิมพ์กระแสหลักคุณภาพสูง) ก็สามารถนำมาใช้ในประเด็นทางวิชาการได้ การตัดสินใจเลือกใช้ต้องพิจารณาตามบริบท และควรมีการอ้างอิงในเนื้อความ (in-text attribution) หากแหล่งข้อมูลมีความขัดแย้งกัน

วิชาการ

  • บทความควรยึดตามแหล่งข้อมูลทุติยภูมิเป็นหลัก เช่น บทความปฏิทัศน์ เอกสารเฉพาะทาง หรือตำราเรียน ซึ่งเหมาะสมกว่างานวิจัยปฐมภูมิ หากจำเป็นต้องใช้แหล่งข้อมูลปฐมภูมิควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง และชาววิกิพีเดียไม่ควรตีความเนื้อหาเหล่านั้นด้วยตนเอง
  • เนื้อหาที่ผ่านการตรวจสอบ (vet) โดยชุมชนวิชาการถือว่าน่าเชื่อถือ หากตีพิมพ์ในแหล่งข้อมูลที่ผ่านการพิจารณากลั่นกรองหรือโดยสำนักพิมพ์วิชาการที่ได้รับการยอมรับ
  • ดุษฎีนิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ที่เผยแพร่สู่สาธารณะอาจนำมาอ้างอิงได้หากพิสูจน์ได้ว่าเนื้อหานั้นเข้าสู่กระแสหลักทางวิชาการ (พิจารณาจากการถูกนำไปอ้างอิงต่อในดัชนีการอ้างอิงวิชาการ) สำหรับวารสารที่ไม่อยู่ในดัชนีควรใช้ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ ดุษฎีนิพนธ์ที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ถือว่ายังไม่ผ่านการตรวจสอบและไม่ถือเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ส่วนวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทจะยอมรับได้ก็ต่อเมื่อแสดงให้เห็นว่ามีอิทธิพลทางวิชาการอย่างมีนัยสำคัญ
  • การศึกษาเอกเทศมักยังไม่มีความแน่นอนและอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามผลวิจัยในอนาคต โดยเฉพาะในสาขาที่ซับซ้อนอย่างแพทยศาสตร์ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการให้ความสำคัญกับการศึกษาเหล่านี้มากเกินไป และควรหันไปใช้การวิเคราะห์อภิมาน (meta-analysis) ตำราเรียน หรือบทความปฏิทัศน์วิชาการแทน
  • พึงระมัดระวังวารสารที่มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนมุมมองใดมุมมองหนึ่งโดยเฉพาะ การอ้างว่าผ่านการพิจารณากลั่นกรองไม่ได้เป็นหลักประกันความน่าเชื่อถือเสมอไป หากวารสารนั้นไม่ได้รับการยอมรับจากชุมชนวิชาการในวงกว้าง

องค์การข่าว

แหล่งข้อมูลข่าวมักประกอบด้วยข้อเท็จจริงและความคิดเห็น การรายงานข่าวจากสำนักข่าวที่มั่นคงมักมีความน่าเชื่อถือสูง แต่ก็อาจเกิดข้อผิดพลาดได้ ส่วนสำนักข่าวที่มีความมั่นคงน้อยกว่าจะมีความน่าเชื่อถือลดหลั่นลงไป สำหรับบทบรรณาธิการ หรือบทความแสดงความคิดเห็น (op-ed) ถือเป็นแหล่งข้อมูลปฐมภูมิที่ยืนยันได้เฉพาะความเห็นของผู้เขียนเท่านั้น ไม่สามารถใช้ยืนยันข้อเท็จจริงทั่วไปได้

  • เอกลักษณ์ของผู้ประพันธ์มีส่วนสำคัญในการตัดสินความน่าเชื่อถือของเนื้อหาประเภทความคิดเห็น ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับมักมีความน่าเชื่อถือมากกว่า หากจะนำมาใช้ควระบุชื่อผู้ให้ความเห็นในเนื้อหาบทความ (in-text attribution) ไม่ควรนำเสนอเสมือนเป็นข้อเท็จจริง
  • ในหัวข้อทางวิชาการ แหล่งข้อมูลวิชาการหรือแหล่งข้อมูลคุณภาพสูงมักดีกว่ารายงานข่าวทั่วไป รายงานข่าวอาจยอมรับได้ในบางบริบท โดยเฉพาะบทความเจาะลึกที่เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
  • ข่าวลือมีความสำคัญทางสารานุกรมค่อนข้างจำกัด วิกิพีเดียไม่ใช่พื้นที่สำหรับเผยแพร่เรื่องซุบซิบนินทา
  • ผู้เขียนควรระวังการอ้างอิงตัวเอง (self-reference) เนื่องจากสำนักข่าวบางแห่งอาจนำข้อมูลจากวิกิพีเดียไปใช้
  • การประเมินความน่าเชื่อถือของบทความข่าวต้องพิจารณาเป็นรายกรณี หากมีการตีพิมพ์ซ้ำในหลายสำนักข่าวให้ถือว่าเป็นแหล่งข้อมูลเดียวกัน
  • การที่สำนักข่าวมีการตีพิมพ์การแก้ไขข้อผิดพลาด (correction) ถือเป็นสัญญาณหนึ่งของความรับผิดชอบและการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ดี

แหล่งข้อมูลที่น่าสงสัยและตีพิมพ์เอง

แหล่งข้อมูลที่น่าสงสัย

แหล่งข้อมูลที่น่าสงสัยคือแหล่งข้อมูลที่มีชื่อเสียงไม่ดีในด้านการตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือขาดการควบคุมโดยกองบรรณาธิการ รวมถึงเว็บไซต์หรือสื่อที่นำเสนอมุมมองสุดโต่ง เน้นการโฆษณาชวนเชื่อ หรืออิงกับข่าวลือเป็นหลัก แหล่งข้อมูลเหล่านี้ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้อ้างอิงในประเด็นที่เป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับบุคคลภายนอก (บุคคลหรือสถาบัน)

แหล่งข้อมูลที่มีอคติหรือยึดมั่นความเห็น

วิกิพีเดียเน้นความเป็นกลาง แต่แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือไม่จำเป็นต้องเป็นกลางเสมอไป แหล่งข้อมูลที่มีอคติอาจเป็นแหล่งที่ดีที่สุดในการอธิบายมุมมองที่แตกต่างกันในหัวข้อนั้น ๆ อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนควรพิจารณาชื่อเสียงในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ และควรใช้การระบุชื่อผู้ให้ความเห็น (in-text attribution) เช่น "ตามความเห็นของ..." เพื่อความชัดเจน

แหล่งข้อมูลตีพิมพ์เอง (ออนไลน์และกระดาษ)

โดยทั่วไปสื่อที่ตีพิมพ์เอง เช่น บล็อกส่วนตัว เว็บบอร์ด ทวีต หรือเว็บไซต์ที่ผู้ใช้สร้างเนื้อหาเอง (เช่น IMDb หรือวิกิเปิดอื่น ๆ) ไม่เป็นที่ยอมรับ ยกเว้นบทความบนเว็บไซต์ที่มีกองบรรณาธิการรับรอง

  • บล็อกของนักข่าวอาชีพหรือผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักข่าวที่น่าเชื่อถืออาจยอมรับได้
  • แหล่งข้อมูลตีพิมพ์เองอาจยอมรับได้หากผู้เขียนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงในสาขานั้น ๆ และเคยมีผลงานตีพิมพ์โดยหน่วยงานภายนอกที่น่าเชื่อถืออยู่ก่อนแล้ว แต่ห้ามนำมาใช้เป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีชีวิตอยู่เด็ดขาด

การใช้แหล่งข้อมูลที่ตีพิมพ์เองและที่น่าสงสัยเป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับตัวเอง

อาจใช้เป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองได้ (เช่น ในบทความเกี่ยวกับบุคคลหรือองค์กรนั้นเอง) ตราบเท่าที่:

  1. ไม่เป็นการประชาสัมพันธ์หรือเอื้อประโยชน์ให้ตัวเองจนเกินงาม
  2. ไม่มีการอ้างถึงบุคคลที่สาม
  3. ไม่มีการอ้างถึงเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเจ้าของแหล่งข้อมูล
  4. ข้อมูลมีความถูกต้องและไม่เป็นที่สงสัย
  5. บทความนั้นไม่ได้อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลประเภทนี้เป็นหลัก

นโยบายนี้ครอบคลุมถึงหน้าเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง ทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊กด้วย

ดูเพิ่ม